วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พระสมเด็จหลวงพ่อนิตย์ วัดกำแพงแลง ปี พ.ศ.2516

พระสมเด็จหลวงพ่อนิดวัดกำแพงแลงสร้างเมื่อพศ 2516 ปลุกเสกโดยพระคณาจารย์ดังนี้

1 หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี  กรุงเทพมหานคร

2 หลวงพ่อไพฑูรย์  วัดโพธิ์นิมิตร  กรุงเทพมหานคร

3 หลวงพ่อสา  วัดราชนัดดา  กรุงเทพมหานคร

4 หลวงพ่อมิ  วัดสิงห์  กรุงเทพมหานคร

5 หลวงพ่อเส็ง  วัดกัลยาณมิตร  กรุงเทพฯ

6 หลวงพ่อเฮง  วัดกัลยาณมิตร  กรุงเทพฯ

7 หลวงพ่อเงิน  วัดดอนยายหอม  นครปฐม

8 หลวงพ่อแช่ม  วัดดอนยายหอม  นครปฐม

9 หลวงพ่อเพิ่ม  วัดกลางบางแก้ว  นครปฐม 10 หลวงปู่เกาะ  วัดช่องลม  ราชบุรี

11 หลวงพ่อช้อย  วัดมหาธาตุ  ราชบุรี

12 หลวงพ่อบุญ  วัดวังมะนาว  ราชบุรี

13 หลวงพ่อพิณ  วัดอุบลวรรณาราม  ราชบุรี   24 หลวงพ่อเพิ่ม  วัดดอนตูม ราชบุรี

15 หลวงพ่อสุดใจ วัดบ้านโป่ง  ราชบุรี

16 หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม  กาญจนบุรี

17 หลวงพ่อนารถ วัดศรีโลหะ  กาญจนบุรี

18 หลวงปู่กรับ วัดโกรกกราก สมุทรสาคร

19 หลวงพ่อทองอยู่ วัดใหม่หนองพะอง สมุทรสาคร

20 หลวงพ่อชิต วัดบางปิ้ง สมุทรสาคร

21 หลวงพ่อคลี่ วัดประชาโฆสิตาราม สมุทรสงคราม

22 หลวงพ่อกี๋  วัดหูช้าง นนทบุรี

23 หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช อยุธยา

24 หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี

25 หลวงพ่อชิต วัดเขาเต่า ประจวบคีรีขันธ์

26 หลวงพ่อดำ วัดหนองแก ประจวบคีรีขันธ์

27 หลวงพ่อนิ่ม วัดเขาน้อย ประจวบคีรีขันธ์

28 หลวงพ่ออินทร์ วัดยาง เพชรบุรี

29 หลวงพ่อสี วัดปากคลองบางครก เพชรบุรี

30 หลวงปู่แย้ม วัดกุฏิ์ (ท่าแร้ง) เพชรบุรี

31 หลวงพ่อเชื่อม วัดแก่นเหล็ก เพชรบุรี

32 หลวงพ่อเพชร วัดคงคาราม เพชรบุรี

33 หลวงพ่อสุข วัดบันไดทอง เพชรบุรี

34 หลวงพ่อหยอด วัดสิงห์ เพชรบุรี

35 หลวงพ่อหวล วัดประดิษฐ์วนาราม เพชรบุรี

36 หลวงพ่อนิด วัดกำแพงแลง เพชรบุรี

37 หลวงพ่อปั้น วัดกำแพงแลง เพชรบุรี

38 หลวงพ่อเริ่ม วัดโพธิ์ลอย เพชรบุรี  

39 หลวงพ่อนวม วัดเขาสมอระบัง เพชรบุรี

40 หลวงพ่อชวน วัดเขาลูกช้าง เพชรบุรี

41 หลวงพ่อจ่าง วัดเขื่อนเพชร เพชรบุรี

42 หลวงพ่อไท วัดไทรย้อย เพชรบุรี

43 หลวงพ่อจันทร์ วัดมฤคทายวัน เพชรบุรี

44 หลวงพ่อฉิน วัดชะอำ เพชรบุรี

45 หลวงพ่อแผ่ว วัดโตนดหลวง เพชรบุรี

เหรียญพระพุทธพระมหากรุณาธิคุณ จ.บุรีรัมย์ ปี 2527

เหรียญพระพุทธพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในพระราชวโรกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 วันที่ 5 ธันวาคมปีพุทธศักราช 2527 เราชาวเมืองบุรีรัมย์ได้พร้อมใจร่วมกันจัดงานวันเทิดพระเกียรติจัดสร้างวัตถุมงคลพระพุทธรูปบูชารุ่น พระพุทธมหากรุณาธิคุณ และเหรียญที่ระลึกสมโภชเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลศิริมงคลพระราชนุสรณ์ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเฉลิมพระชนมายุครบ 57 พรรษาเพื่อเสริมสร้างพระบารมีอันศุภนิมิตอุดมมงคลอย่างสูงสุดซึ่งเป็นหลักใช่ของพสกนิกรทั่วราชอาณาจักรไทยสืบตลอดไปชั่วนิรันเลิกมหาจักรศักดิ์สิทธิ์พุทธานุภาพอิทธิฤทธิ์เมตตามหานิยมในวัตถุมงคลซึ่งจะประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกขึ้นในวันพุธที่ 5 ธันวาคมพ.ศ 2527 เนื้อบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอำเภอเมืองจังหวัดบุรีรัมย์มีอนาคตถ้ามหากรุณาธิคุณเจ้าพ่อหลักเมืองจัดสร้างขนาด 9 นิ้วสร้าง 199 องค์บูชาองค์ละ 2990 9 บาทขนาด 5 นิ้วสร้าง 299 องค์บูชาองค์ละ 999 บาทเหรียญพุทธะมหากรุณาธิคุณเจ้าพ่อหลักเมืองชนิดทองคำบริสุทธิ์ประมาณ 1 บาทสร้าง 108 เหรียญบูชาเหรียญละ 9999 บาทชนิดเนื้อรมดำมันปูสร้าง 30000 เหรียญบูชาเหรียญละ 19 บาท

รายนามพระคณาจารย์ร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญธรรมเมตตาสมาธิภาวนาอธิษฐานปลุกเสก

1 พระเทพสุเมธีเจ้าคณะภาค ๑๐ ธรรมยุต วัดศรีอุบลรัตนาราม จังหวัดอุบลราชธานี

2 พระสารสุธีรองเจ้าคณะภาค ๑๐ ธรรมยุต วัดสุทธจินดา จังหวัดนครราชสีมา 3.พระชินวงศาจารย (หลวงพ่อพุธ ) วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา

4. พระสุนทรธรรมภาณ (หลวงปู่พวง) วัดศรีธรรมาราม จังหวัดยโสธร

5 พระราชธรรมมาโครสน(หลวงพ่อทอง)ุ วัดอิสาณ  จังหวัดบุรีรัมย์

6. พระวินัยสารสุธีจ (อาจารย์จำเนียร) วัดพระศรีมหาธาตุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

7 พระครูวรเวชวิศิท  (ครูบาธรรมชัย) วัดทุ่งหลวง จังหวัดเชียงใหม่ 8.พระครูนิมิตสิทธิการ (หลวงพ่อเป้า) วัดถ้ำพรสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค  

9.หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม จังหวัดร้อยเอ็ด

10.พระครูพนมสมณกิจ(หลวงพ่อบัว) วัดศิลามงคล จังหวัดนครพนม

11. พระครูวิจิตรธรรมภาณี(ุหลวงพ่อสิงห์) วัดสุปัฏนารามวรวิหาร จังหวัดอุบลราชธานี

12. พระครูพินิจรัตนกุล(หลวงปู่ทวด) วัดศิริมงคลบ้านนาเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี

13. พระครูประสิทธิ์วิทยาคม(หลวงปู่อ่อน) วัดเพียมาตร จังหวัดศรีสะเกษ

14.หลวงปู่เครื่อง วัดสระกำแพงใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ

15. พระครูอินทโมลีคุณ(หลวงพ่อฤทธิ์) วัดอินทบูรพาราม จังหวัดบุรีรัมย์

16. พระครูบรรพตภิสารัตน์(หลวงพ่อทอง วัดจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์

17. พระครูสังฆการโสภณ(หลวงพ่อยิ้ม) วัดสมศรี จังหวัดบุรีรัมย์

18. หลวงพ่ออ๊าต วัดโคกยางหนองตาสี จังหวัดบุรีรัมย์

19. พระอธิการรัตนมุนี (หลวงพ่อริม) วัดอุทุมพร จังหวัดสุรินทร์  

20. พระครูนครธรรมโฆสิต(หลวงพ่อนิล) วัดครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

21. พระครูสิริบุญญาทร(อาจารย์วิชัย) วัดตูม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  

22. พระครูสอนระนาดวิเศษ( อาจารย์บุญให้) วัดกษัตราธิราชวรวิหาร พระนครศรีอยุธยา

23. หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดสระแก้ว นครราชสีมา

24. พระครูธรรมสารสุมน( อาจารย์คูณ) วัดหนองแวง จังหวัดขอนแก่น

25. พระครูพิศาลคณานุกิจ(ัอาจารย์บุญทัน) วัดป่าสามัคคีสันติธรรม จังหวดขอนแก่น

26. พระครูสุนทรธรรมโฆษิต(หลวงพ่อคำพันธ์) วัดธาตุมหาชัย จังหวัดนครพนม

27. หลวงพ่อสนธิ์ วัดบ้านนาโพธิ์ จังหวัดนครพนม

28. พระครูอุดมธรรม( พระอาจารย์ยอด) วัดศรีบุญเรือง จังหวัดมุกดาหาร

29. พระครูวิสุทธิธรรมธาดา(อาจารย์สมพงษ์) วัดภูด่านแต้ จังหวัดมุกดาหาร

30. หลวงพ่อกิ ธมมุตโม วัดสนามชัย อุบลราชธานี

31. พระครูพิบูลธรรมะ(พระอาจารย์โชติ วัดภูเขาแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี

32.พระครูพุทธิสุนทร(อาจารย์เคน) วัดประดิษฐธรรมาราม จังหวัดอุบลราชธานี

33. พระครูนันทปัญญาพร วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์

34. พระครูวิทยาวิวัฒน์(อาจารย์เหลือง) วัดป่ากระดึงทอง จังหวัดบุรีรัมย์

35. พระครูเกษมคุณารักษ์(หลวงพ่อเคล็ม ปิยธโรวัด)) ป่าอุดมธรรม ุบุรีรัมย์

36.หลวงพ่อก้อนทอง วัดโดน จังหวัดบุรีรัมย์ 39. หลวงพ่อวิเชียร วัดราชบูรณะ กรุงเทพฯ

40. พระครูธรรมมาธิวัฒน์ วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

41. ท่านอาจารย์จันดี วัดสัมมาชัญญาวาส กรุงเทพมหานคร

42. พระอาจารย์ฟุ้ง สัญญจิตโต วัดตูม พระนครศรีอยุธยา  

43.พระครูประวิตร (พระอาจารย์สงัด) วัดพระเพลิง นครราชสีมา  

44. พระครูสมุห์ทองอินทร์ วัดบ้านโนนลาน จังหวัดขอนแก่น

45. พระครูศรีธรรมานุรักษ์(อาจารย์มี) วัดสามัคคีธรรม จังหวัดสกลนคร

46. พระครูปลัดสกุล กมโล วัดภูเขาแก้ว อุบลราชธานี

47.พระอาจารย์นำ วัดดอนธาตุ อุบลราชธานี

48. พระอาจารย์สวัสดิ์ ฉันโนวัด สำราญนิวาส อุบลราชธานี

49. พระอาจารย์ทองคำ วัดราชประชาสรรค์ อุบลราชธานี

50.อาจารย์ทองดี วัดราชนัดดาสรรค์ อุบลราชธานี

51.พระอาจารย์สาย วัดตะเคียนราม ศรีสะเกษ 52. พระครูปิยเขมคุณ(หลวงพ่อโป๊ะ) วัดบ้านบิง ศรีสะเกษ

53. พระครูโอภาสธรรมวัตร(หลวงพ่อแสง) วัดหลักศิลา บุรีรัมย์

54. พระครูกัลยาโณวัฒ (หลวงพ่อทวน) วัดบ้านสำโรง วัดป่าประชานิมิต บุรีรัมย์

56. หลวงพ่อกาจญ์ วัดบ้านแพงพวย บุรีรัมย์

57.หลวงพ่อมั่ง วัดตาแผ้ว บุรีรัมย์

58. หลวงพ่อมี วัดบ้านสวายจีก บุรีรัมย์

59. พระครูพิพิธวิหารการ(อาจารย์สำรวย) วัดกษัตราธิราชวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

60. พระวิมล วัดบางยี่โท พระนครศรีอยุธยา 61. พระครูสังฆรักษ์บัญญัติ วัดพรหมนิวาสวรวิหาร พระนครศรีอยุธยา

62.พระครูพัฒนกิจโกศล วัดสนามชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

63.พระปลัดกริ่ง ฐิตสีโล วัดราชสีมา จังหวัดชัยนาท

วัตถุประสงค์การสร้าง“พระพุทธมหากรุณาธิคุณ” 1.วัตถุมงคลและรายได้ส่วนหนึ่งขึ้นทูลเกล้าถวายโดยเสด็จพระราชกุศล

2. นำวัตถุมงคลเพื่อมอบเป็นการบำรุงขวัญแก่ตำรวจทหารและอาสาสมัครผู้ปฏิบัติหน้าที่ ตามชายแดน

3. นำรายได้ส่วนหนึ่งสร้างพุทธกิจถิ่นมาและอุโบสถวัดป่ากระดึงทองอำเภอเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ที่นำรายได้ส่วนหนึ่งไปบูรณะซ่อมแซมศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจัดตั้งกองทุนมูลนิธิเจ้าพ่อหลักเมือง

พระครูประสาทสังวรคุณ (หลวงพ่ออินทร์ อินทโชโต)

พระครูประสาทสังวรคุณ (หลวงพ่ออินทร์ อินทโชโต)

ผู้ที่ได้ศึกษาในสมถะวิปัสสนากรรมฐาน จนมีความเชี่ยวชาญก็สามารถนําวิชาที่ศึกษามานี้ใช้ประโยชน์เพื่อเกื้อกูลตนเองและคนอื่นได้ อย่างน้อยก็รู้อดีต อนาคตได้เป็นอย่างดีและยิ่งไปกว่านั้นยังทราบด้วยว่าที่ดินตรงไหนได้ฝังของมีค่าไว้และที่สำคัญที่สุดคือท่านมักจะรู้ วันตายของท่านด้วย พระครูประศาสน์สังวรกิจหรือหลวงพ่ออินทร์ อินทโชโต แห่งวัดโบสถ์ ตำบลบ้านเรือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ท่านก็เป็นพระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในด้านสมถะวิปัสสนากรรมฐานดีรูปหนึ่ง ตอนที่ท่านจะมรณภาพท่านก็รู้ตัวของท่านดีจึงได้เตรียมการไว้พร้อมทุกประการคือได้ ไปปลูกกุฏิวิปัสสนากรรมฐานในป่าช้า ให้ช่างต่อโลงไว้แล้วสร้างเจดีย์เพื่อเป็นที่บรรจุอัฐิของท่านและไม่นานท่านก็มรณภาพ ตามความเป็นจริงซึ่งก็เป็นเรื่องที่ศิษย์ยานุศิษย์และท่านที่เคารพนับถือยังกล่าวขวัญถึงทุกวันนี้

ประวัติพอสังเขป

พระครูประสาทสังวรคุณ เดิมชื่อว่า อินทร์ เมื่ออุปสมบทแล้วได้นามฉายาว่า อินทโชโต เกิดเมื่อวันเสาร์ เดือนยี่ ปีมะแม พุทธศักราช 2438 ณบ้านเตาเหล็ก หมู่ 4 ตำบลบ้านเรือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายแม้น นางศรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4 คน หลวงพ่ออินทร์เป็นบุตรคนสุดท้อง ตามประวัติกล่าวว่าท่านอุปสมบทที่วัดโบสถ์ ตำบลบ้านเกิด เมื่ออุปสมบทแล้วไม่นานชาวบ้านหนองหญ้าปล้อง ได้มานิมนต์ให้ท่านใดเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าปล้อง ต่อมาวัดโบสถ์ไม่มีเจ้าอาวาสปกครอง เพราะหลวงพ่อหรุ่นเจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ลาสิกขาบทเสีย ขุนเลือก ซึ่งเป็นกำนันในสมัยนั้นจึงได้อารธนาหลวงพ่ออินทร์ ให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดโบสถ์ ท่านก็ได้กลับมาตามความประสงค์ของชาวบ้านเมื่อท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดโบสถ์แล้วท่านก็ทำการปรับปรุงเสนาสนะของวัดขึ้นใหม่เป็นต้นว่าสร้างถนนซอยเข้าวัด สร้างศาลาใหญ่กลางกุฏิและได้บูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุคนอื่นที่ชำรุดทรุดโทรมให้กลับมีสภาพดีขึ้น เป็นที่เจริญตาแก่ผู้ที่ผ่านไปมาจนเป็นที่รู้จักกว้างขวางของประชาชนทั่วไป นอกจากบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆแล้ว ท่านก็ยังเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือ ความทุกข์ร้อนของประชาชนที่ได้มุ่งหน้าไปหาท่านด้วยเรื่องร้อยแปดพันเก้า ประการท่านก็ช่วยเหลือตามความสามารถของท่านเฉพาะวันหนึ่งๆที่ประชาชนไปให้ท่านรดน้ำมนต์และสะเดาะเคราะห์ มีเป็นจำนวน 100 คนแต่ท่านก็ไม่เคยบ่นหรือรู้สึกเหน็ดเหนื่อยในการช่วยเหลือแม้แต่น้อย เพราะความดีของท่านที่เพียบพร้อมไปด้วยเมตตา ชื่อเสียงของท่านจะได้เลื่องลือไปไกล ตอนมาจึงได้รับพระราชทาน สมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูประสาทสังวรคุณ หลวงพ่ออินทร์ได้เคยออกธุดงค์ หลายครั้งเพื่อหาความวิเวกในป่าเพื่อการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานบางครั้งปรากฏว่าทาานต้องผจญกับสัตว์ป่านานานาชนิดและสัตว์เหล่านั้นไม่อาจจะสามารถทำอันตรายแก่ท่านได้ทั้งนี้เพราะท่านมีจิตที่ฝึกไว้แล้ว เป็นอย่างดีไม่มีความสะทกสะท้านในอันตรายที่จะบังเกิดขึ้น ในที่สุดสัตว์ต่างๆก็ล่าถอยไปเองจึงนับได้ว่าท่านเป็นผู้มีวิชา ไสยศาสตร์แก่กล้ารูปหนึ่งในอดีต สาธุชนที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่ออิน อย่างมาก คือชาวบุคคโล  กรุงเทพมหานคร ปรากฏว่าได้ไปนมัสการท่านอยู่เป็นประจำ บางครั้งก็ได้จัดผ้าป่าหรือกฐินไปทอดและได้เงินเป็นจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าคนจีนและปรากฏว่าทุกคนได้รับแจกของดีจากหลวงพ่อเป็นกรณีพิเศษแม่ว่าพระอินทร์ ่จะมรณะภาพไปแล้วแต่ก็ยังมีคนไปเคารพรูปของท่านที่วัดมีแต่ขาด หลวงพ่ออินทร์ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีมหาชนรู้จักอย่างกว้างขวางและในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ก็มีประชาชนไปมาหาสู่มิได้ขาด  ผู้ที่ไปมาหาท่านถึงได้ขอร้องให้ท่านสร้างพระเครื่องของขลังขึ้นเพื่อจะได้นำไปเคารพบูชาแทนตัวท่าน หลวงพ่ออินทร์จึงได้สร้างเครื่องรางของขลังขึ้นตามคำเรียกร้องของคนเหล่านั้นพระเครื่องรางของขลังที่ท่านได้สร้างในโอกาสต่สงๆ มี พระผง พระกลีบบัว ตะกรุด ผ้ายันต์ และเหรียญ ของดีเหล่านี้ท่านได้เป็นผู้ปลุกเสกเอง ปรากฏว่าได้มีภินิหารเกิดขึ้นแก่ผู้ที่นำไปใช้หลายราย จึงทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่ออินท์ ดังขึ้นอีกมากนอกเหนือจากน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์แล้ว

ในขณะนี้ท่านได้ป่วยเป็นครั้งที่สองท่านได้ไปสร้างกุฏิวิปัสสนากรรมฐาน ในป่าช้าเพื่อจะได้ทำสมาธิได้เต็มที่พร้อมกันนั้น เหมือนกับว่าท่านรู้ว่าใกล้จะมรณะภาพแล้ว ท่านจึงได้สั่งให้ช่างต่อโลง ขึ้นและให้คนไปหาฟืนมาไว้และสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิท่าน ได้เตรียมไว้พร้อมทุกอย่างต่อมาไม่มานท่านก็มรณภาพ เมื่อพศ 2513 สิริอายุ 74 ปีเศษ ปัจจุบันจึงเหลืออยู่แต่เกียรติคุณของท่านเท่านั้นให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาว่าท่านเป็นพระวิปัสสนากรรมฐาน ที่รู้กาลล่วงหน้า  

อ้างอิง จากหนังสืออภินิหารพระเครื่อง ปี 2517

พระสิทธิสารโสภณ ( สงวน โฆสโก ) วัดอาวุธวิกสิตาราม



พระสิทธิสารโสภณ ( สงวน โฆสโก )

          พระสิทธิสารโสภณเป็นพระอาจารย์วิปัสสนากรรมฐาน ที่มีชื่อเสียงเรียบๆ เป็นที่รู้เฉพาะบรรดาศิษยานุศิษย์ และท่านที่เคารพนับถือเท่านั้นคนภายนอกยังไม่รู้จักกท่านเท่าที่ควรว่าท่าน มีคุณวุฒิในทางไหน ต่อมาเมื่อเร็วๆนี้ได้มีศิษย์ของท่าน จำนวนหนึ่งได้ร่วมกันสร้าง เหรียญรูปเหมือนของท่านขึ้น และปรากฏว่า เหรียญรูปเหมือนนี้ได้นำไปมอบให้ท่าน ปลุกเสกเดี่ยว เพื่อนำเงินไปจัดสร้างพระอุโบสถที่ยังค้างอยู่ ปรากฏว่าได้เกิดอภินิหารขึ้น ประชาชนจึงค่อยรู้จักท่านมาตามลำดับ พระสิทธิสารโสภณ วัดอาวุธวิกสิตาราม บางพลัดนอก แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เดิมชื่อ สงวน สีตลายัน เกิดที่ตำบลบ้านแหลม หรือคลองพระอุดม 2 ใกล้กับวัดสะพานสูงปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นบุตรของนายเย็น นางเครื่อง สีตลายัน เมื่ออายุ 8 ขวบได้ศึกษาอักษรสมัยมูลบท บรรพกิจ จบหลักสูตรสมัยนั้นอายุ 12 ปี พระครูโสภณศาสนกิจ(กลิ่น) เจ้าอาวาสวัดสะพานสูงจึงได้ส่งไปอยู่กับท่านพระมหายา จะได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดจักรวรรดิราชาวาส(สามปลื้ม) ได้ศึกษามูลกัจจายน์ บาลีพอสมควร และได้ลาสิกขาบทไประยะหนึ่ง ต่อมาเมื่ออายุ 14 ปีได้ไปอยู่ที่วัดราชาธิวาส สามเสน กรุงเทพ กับท่านเจ้าคุณพระอริยกวี (เซ่ง)/ ได้รับบรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุ 16 ปี โดยมีพระอธิการท่วม วัดบางขวาง นนทบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ศึกษานักธรรมและบาลี ณ วัดราชาธิวาส ต่อมาได้ติดตามพระครูพุทธมนต์ ปรีชา  (เทศน์ นิเทสโก) วัดเกาะ
   เมื่ออายุได้ 20 ปี ได้ผสมบทเป็นภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดสัมพันธวงศ์ โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ  ญาณวรเถระ)  วัดเทพศิรินทราวาสเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนพ. ศ. 2462  ต่อมาได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ. ศ. 2483  จนถึงปัจจุบันนี้
วัดอาวุธวิกสิตาราม ไม่เคยมีเจ้าอาวาสเป็นพระราชาคณะ ท่านเจ้าคุณพระสิทธิสารโสภณ ถือเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ที่เป็นพระราชาคณะและเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกที่สร้างความเจริญให้เกิดขึ้นอย่างในวันนี้ เพราะในสมัยที่ท่านมาเป็นเจ้าอาวาส  วัดนี้อยู่ในสภาพที่สุดโทรมอย่างหนัก ท่านจึงต้องมาทำการบูรณะ และก่อสร้างใหม่ทั้งหมดเหมือนกับมาสร้างวัดขึ้นใหม่ตามที่ได้เห็นอยู่ในขณะนี้
สร้างพระเครื่องเป็นครั้งแรก
คณะศิษย์ของท่านส่วนหนึ่งได้พยายามขออนุญาตต่อท่านหลายครั้ง และอีกหลายปีเพื่อสร้างพระเครื่องที่เกี่ยวกับตัวท่านไว้สักการบูชาแต่ท่านก็ไม่ยอมอนุญาตและในปีนี้ พ.ศ. 2516  คณะศิษย์ซึ่งมีร้าน ปิติโฟโต้ศรีย่าน เป็นหัวหน้าได้ขออนุญาตสร้างพระเครื่องขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันเสาร์ 5  ท่านได้ใช้สมาธิอธิษฐานต่อหน้าคณะศิษย์ แล้วเกิดอภินิหารขึ้นคือ จิ้งจกได้ร่วงตกลงมาต่อหน้าในระหว่างที่ท่านทำสมาธิจิ้งจกนั้นได้แอ่นตัวขึ้นแล้ว ได้วิ่งไปที่หน้าพระประธานของ
ท่านจึงได้บอกกับศิษย์ว่า จัดสร้างพระเครื่องได้ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมพ. ศ. 2516  เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านคณะศิษย์ได้นำโลหะและผงพระต่างๆของท่านที่ได้สะสมไว้เป็นเวลานานมาผสมหลอมโลหะเพื่อนำไปจัดสร้างทำเป็นรูปเหมือนของท่านวันหลอมโลหะฝนตั้งเค้าว่าจะตกแต่ท่านได้บอกกับศิษย์ว่าไม่เป็นไรพิธีเราผ่านไปแล้วจึงจะตก  แล้วก็เป็นความจริง ตามที่ท่านว่าคือ พิธีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฝน  ถึงได้ตกลงมา พระเครื่องที่ได้สร้างขึ้นในครั้งนี้ มี รูปเหมือนขนาดใหญ่-เล็ก ชนิดทองคำ - เงิน -นวโลหะ ผงและเหรียญรูปเหรียญ มีชนิดทองคำ-เงินเนื้อกลับ - ทองแดงปัดเงา รูปเหมือนด้านหน้าเป็นรูปของท่านเจ้าคุณพระสิทธิสารโสภณ นั่งอยู่กลางรูปพัดยศ ยอดพัดยศมีรูปใบโพธิ์ ใต้ฐานมีอักขระ  
ส.โฆสโก ด้านหลังข้างบนเป็นยันต์น้ำเต้าทอง ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถระ) วัดเทพศิรินทราวาสและมีอักษร อว. เป็นชื่อย่อของวัด นอกจากนั้นยังมีตา วัดมงกุฎครอบดาบไขว้ มีเลข 5 อยู่กลางหมายถึงรัชกาลที่ 5  พระองค์ได้พระราชทานชื่อวัดนี้ และเลข 75 หมายถึงอายุของท่าน ท่านได้ปลุกเสกพระเครื่องตลอดไตรมาสเพียงองค์เดียว ขณะนี้พระเครื่องที่ได้สร้างขึ้นได้แจกจ่ายให้แก่ผู้ที่สนใจเพื่อจะนำไปสักการะบูชาแล้วทั้งนี้เพื่อจะนำรายได้อันจะเกิดขึ้นนี้ไปสมทบในการสร้างอุโบสถที่กำลังสร้างค้างอยู่ให้สำเร็จลุล่วงต่อไปท่านที่ประสงค์จะได้ไว้บูชาติดต่อได้ที่วัดอาวุธ
อภินิหารพระเครื่องรูปเหมือนและเหรียญ




เมื่อวันเสาร์ ๕ ที่แล้วท่านได้ลงอักขระเสร็จแล้วท่านก็ได้ร่วมปลุกเสกอธิษฐานต่อหน้าคณะศิษย์ทุกคนที่นั่งอยู่ณ ที่นั้นก็ได้เห็นภาพของท่านเสมือนลอยตัว หรือเรียกว่าปลุกขึ้นซึ่งเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ท่านได้ทำพิธีปลุกเสกพระเครื่องตลอดไตรมาสและได้จัดพิธีใหญ่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมพ. ศ. 2516 ในอุโบสถหลังใหม่โดยอาราธนาพระเถระมาเจริญพระพุทธมนต์ 9 รูป พระสวดพุทธาภิเษกจากวัดสุทัศน์และวัดระฆังท่านได้ตั้งโต๊ะปลุกเสกเดี่ยวตลอดเวลาโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ในขณะที่ท่านเริ่มทำพิธีนั้นฝนทำท่าว่าจะตกเมื่อได้ทำพิธีเสร็จแล้วท้องฟ้าก็สว่างฝนได้ไปตกยังที่อื่นรอบๆบริเวณวัด
เมื่อเสร็จการทำพิธีพุทธาภิเษกแล้ว นายชูเกียรติ ศรีบุญมา (อ๊อด) บ้านอยู่ซอยวัดอาวุธได้นำด้ายสายสินและเทียนชัย ผูกคอเดินกลับบ้าน ได้พบกับคู่อริ ้ที่หน้าร้านทองปากทางเข้าวัดคู่อริได้ใช้อาวุธปืนยิง 3 นัด แต่กระสุนไม่ออกจึงได้หันปากกระบอกปืนขึ้นฟ้าเพื่อยิงขู่ ปรากฏว่ากระสุนออกจึงได้วิ่งไล่คู่อริหลบหนี ไปและตัวเองได้ย้อนกลับมาที่วัดบอกคนอื่นปรากฏว่าน้ำมนต์และด้ายสายสิญจน์ในพิธี ตั้งถูกยื้อแย่งกันไปจนหมด พระเครื่องต่างๆบางอย่างก็ได้หมดไปในวันทำพิธีและสร้างขึ้นมาจำนวนจำกัดทั่งนี้เพื่อต้องการหาเงินไปสมทบทุนในการสร้างอุโบสถให้สำเร็จเรียบร้อยตามที่ได้กล่าวมาแล้ว
#อ้างอิง จากหนังสืออภินิหารพระเครื่อง ปี 2517
#ขออนุญาตยืมรูปภาพจากอินเตอร์เน็ตมาเป็นภาพประกอบ

พระครูวิทยานุโยค (พึ่ง)  วัดรางบัว เขตภาษีเจริญ กรุงเทพ

พระครูวิทยานุโยค (พึ่ง)  วัดรางบัว เขตภาษีเจริญ กรุงเทพ

หลวงพ่อผู้มีอภินิหารปรากฏแก่สายตามาแล้ว แต่ท่านไม่มีชื่อเสียงทางด้านเป็นพระเกจิอาจารย์ประชาชนส่วนใหญ่ที่นับถือท่านก็เพราะความจริงที่ท่านมีอยู่คือเป็นพระที่พูดจริงทำจริงแม้แต่นักเลงก็เกรงกลัวท่าน ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่พระลูกวัดได้ใช้ปืนยิงแต่กระสุนปืนไม่ออก เหรียญที่ท่านได้สร้างขึ้นมีนายตำรวจนำไปทดลองยิงก็ยิงไม่ออก เช่นเดียวกันที่ท่านมีชื่อเสียงขึ้นมาเพราะอภินิหารที่มีอยู่ในตัวท่าน พระครูวิทยานุโยค(ุพึ่ง) อดีตเจ้าอาวาสวัดรางบัว เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ท่านเกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมพ. ศ. 2408  ณ บ้านแขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของนายชม  นางส้มแป้น มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 7 คน พี่ชายชื่อนิ่มบวชเป็นพระเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ส้ม เมื่ออายุพอสมควรที่จะศึกษาเล่าเรียนท่านได้ผู้ปกครอง ก็ได้นำท่านไปฝากกับพระอธิการยัง  เจ้าอาวาสวัดรางบัวสมัยก่อนไม่มีโรงเรียนต้องอาศัยวัดเรียน  พระอาจารย์เจ้าอาวาสจึงได้สอนไปตามความรู้ที่มีอยู่ เมื่อมีความรู้พอสมควรแล้วจึงได้กลับไปอยู่บ้านเมื่ออายุครบอุปสมบทก็ได้อุปสมบทณพัทธสีมา วัดจำปา ุตำบลบ้านเกิด โดยมี

เจ้าอธิการเผือก เป็นพระอปัชฌาย์

พระอธิการยัง เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พระอธิการทัด เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้อยู่กับพระอธิการยังณ วัดรางบัว เมื่อปี พ. ศ. 2429 ท่านเป็นผู้ที่มุ่งมั่นอยู่ในทางธรรมปฏิบัติและเพรียบพร้อมไปด้วย ศีลาธิคุณ  เต็มอยู่ด้วยพรหมวิหารธรรม ต่อมาจึงได้รับเลือกให้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2455 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดรางบัวเมื่อได้เป็นเจ้าอาวาสแล้วท่านก็ได้บริหารงานจนวันนี้มีความเจริญขึ้นในอบรมสั่งสอนศิษย์และการศึกษาเป็นอย่างดีและทรงเข้าสอบสนามหลวงและสอบได้เป็นประจำตลอดมาไทยเมื่อปี พ.ศ. 2469 ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไเ้เห็นถึงคุณงามความดีของท่านจึงได้ตั้งให้เป็นพระครูใบฎีกาฐานานุกรมของท่าน ใน พ.ศ. 2479 ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูประทวน ผู้อุปการะโรงเรียนวันที่ 1 มีนาคม 2482  ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูวิทยานุโยค ต่อมาในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2483  ท่านก็ได้มรณภาพ ด้วยอายุ 76 ปีพรรษา 54  พระราชทานเพลิงเมื่อวันเสาร์ที่ 15  มีนาคม พ. ศ. 2484  ท่านพระครูวิทยานุโยค(ผึ่ง) เป็นพระผู้น้อยถามคำตอบคำเป็นผู้เสียสละไม่ยินดีในลาภยศและไม่รู้จักคำว่าหิวเป็นตน้ว่าข้าวฉันก็ได้ไม่ฉันก็ได้โดยไม่รู้ว่าความหิวนั้นเป็นอย่างไรเวลาบ่ายโมงทุกวันถ้าไม่ติดนิมนต์ที่ใดท่านจะลงไปดายหญ้าที่ลานวัดเป็นประจำทุกวัน เมื่อเวลาเย็นพระตีระฆังสวดมนต์เย็นท่านก็จะขึ้นมาสวดมนต์นับว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ท่านได้ปฏิบัติติดต่อมาจนมรณภาพท่านเป็นคนที่พูดจริงทำจริงเมื่อพูดไปแล้วไม่คืนคำแม้ว่าคนนั้นจะใหญ่โตขนาดไหนแม้แต่นักเลงในย่านนั้นก็กลัวเกรงท่านก็เพราะเป็นคนจริงดังกล่าวแล้ว ท่านเคยสร้างเหรียญเป็นครั้งแรกเมื่อปีพ. ศ. 2482 เหรียญที่ท่านสร้างขึ้นมีลักษณะคล้ายเหรียญวัดหนัง มียันต์สี่ข้างหลังสร้างขึ้นประมาณ 1,000 เหรียญท่านเสกรูปเดียว โดยได้นำมาแจกในงานทำบุญเนื่องในงานฌาปนกิจศพ โยมแม่ของท่านและแจกในงานฉลองสมณศักดิ์ที่ได้รับพระราชทานเป็นพระครูประโชติ เหรียญที่ท่านจะสร้างขึ้นในครั้งนี้หายากและราคาเช่าสูงก็ได้ปรากฏอภินิหารแก่ผู้ที่นำไปใช้ พระครูศิลป์เจ้าอาวาสองค์ 2 ได้สร้างเหรียญขึ้นอีกรุ่นหนึ่ง เหมือนกันเพื่อนำเงินไปสร้างโบสถ์และรูปหล่อ เท่าตัวจริงของท่านขึ้นซึ่งประดิษฐานอยู่หน้าศาลาการเปรียญปัจจุบัน

อภินิหารวัตถุมงคลของท่าน

ในขณะที่ท่านพระครูวิทยานุโยคยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ไล่พระสังข์ ออกจากวัด ด้วยความผิดบางประการพระสังข์ลูกศิษย์ของ ท่านโกรธมาก จึงได้ไปเอาปืนลูกซองมาแล้วเที่ยวตามหาท่านพระครูวิทยานุโยคแต่ไม่พบ พบแต่พระตั้วและพระดวงจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงพระทั่ง 2 องค์ จนทั้งสองมรณภาพทั่งคู่ ว่าพระตั๊วะและพระดวงได้ไปฟ้องท่านพระครูจนตัวเองถูกไล่ออกจากวัด เมื่อพระสังข์ได้ยิงพระตั้วและพระดวงมรณภาพแล้วจึงจะหลบนี้จะออกจากวัด ขณะที่วิ่งออกมาจากที่เกิดเหตุนั้นได้พบกับท่านพระครูวิทยานุโยคนั่งอยู่บนกุฏิจึงได้ใช้ปืนยิงไป แต่เป็นเรื่องอัศจรรย์พระสังยิงเท่าไหร่กระสุนก็ ไม่ออกอยู่นั่นเอง ด้วยความโมโหพระสังข์จึงหันกระบอกปืนไปยังพระศุก ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้นด้วยปรากฏว่าลูกกระสุนออกถูกแขนพระศุกได้รับบาดเจ็บพระสังข์จึงหลบหนีไปต่อมาถูกจับได้และถูกประหารชีวิตในที่สุดร้อยตำรวจเอกบรรจงประยงค์ศร สารวัตรเขตภาษีเจริญสมัยนั้น ทราบข่าวว่าทางวัด มีเหรียญพระครูวิทยานุโยค ถึงได้ไปขอเรียนมาจากวัดแล้วให้ลูกน้องนำไปทดลองยิงดูปรากฏว่ากระสุนไม่ออกตามคำเล่าลือต่มาเมื่อมีคนทราบข่าวก็ไปหาเหรียญที่วัดกันจำนวนมากแต่ที่วัดเหรียญหมดไปนานแล้วผู้ที่มีอยู่แล้วก็ไม่อยากให้หลุดมือไปเพราะเป็นของหายากและราคาเช่าหาสูงอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะท่านไม่เป็นเป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงตามที่กล่าวมาแลว

อ้างอิง จากหนังสืออภินิหารพระเครื่อง ปี 2517